Profumo Review
TH EN
หน้าแรก หนัง ซีรีส์ บทความ
รีวิวซีรีส์ รีวิว

พักผ่อนในศตวรรษที่ 25 : ย้อนรอยตำนานของฌอง-ลุค พิคาร์ด สู่บทใหม่แห่งจักรวาลสตาร์ เทรค

การกลับมาของกัปตันในตำนานบนเส้นทางที่ต่างไปจากเดิม พร้อมเรื่องราวที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอารมณ์ ซีรีส์ที่ทั้งแฟนพันธุ์แท้และผู้ชมทั่วไปไม่ควรพลาด

A
20 ก.ค. 2026 · 4 นาทีอ่าน
👁 4
สตาร์ เทรค: พิคาร์ด
สตาร์ เทรค: พิคาร์ด
Star Trek: Picard
📅 2020 📺 3 ซีซัน · 30 ตอน 🎬 บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต, จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์
7.2
/ 10
คะแนนจาก TMDB

เมื่อ ฌอง-ลุค พิคาร์ด กัปตันผู้เป็นตำนานของยานเอ็นเตอร์ไพรซ์กลับมาสู่จออีกครั้งใน Star Trek: Picard แฟน ๆ ต่างตั้งตารอคอยว่าการผจญภัยครั้งใหม่นี้จะพาเขาไปยังจุดหมายใด ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การหวนคืนของตัวละครเก่า แต่เป็นการสำรวจจิตใจและมรดกที่เขาทิ้งไว้ในจักรวาลสตาร์ เทรค ด้วยโทนที่ดาร์กและลุ่มลึกกว่าเดิม พิคาร์ดในวัยชราต้องเผชิญกับความผิดพลาดในอดีตและค้นหาความหมายใหม่ของชีวิต

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)

ซีรีส์เริ่มต้นขึ้นหลายปีหลังจากเหตุการณ์ใน Star Trek: Nemesis พิคาร์ดเกษียณจากสตาร์ฟลีตและใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่องุ่นของครอบครัว เขาถูกดึงกลับเข้าสู่ภารกิจอีกครั้งเมื่อมีหญิงสาวปริศนาชื่อ ดาห์จ (รับบทโดย Isa Briones) ขอความช่วยเหลือ เบื้องหลังเธอคือแผนการอันซับซ้อนของกลุ่มโรมูลันที่หลงเหลือ และความลับที่เกี่ยวข้องกับซินธิติกส์ (หุ่นยนต์สังเคราะห์) ซึ่งสตาร์ฟลีตสั่งห้าม การเดินทางครั้งนี้พิคาร์ดต้องรวบรวมทีมเก่าและใหม่ รวมถึงราฟฟี่ มิวสิคเกอร์, ดร. อักเนส จูราติ และเอลนอร์ เพื่อร่วมกันเปิดโปงความจริงและกอบกู้อนาคตของกาแล็กซี

งานการแสดงและตัวละคร

แพทริก สจ๊วต กลับมารับบทพิคาร์ดอีกครั้งด้วยความสง่างามและลุ่มลึก เขาถ่ายทอดความอ่อนแอ ความเสียใจ และความมุ่งมั่นของชายชราที่ต้องเผชิญกับผลกรรมในอดีตได้อย่างยอดเยี่ยม มิเชล เฮิร์ด ในบทราฟฟี่ มิวสิคเกอร์ อดีตเจ้าหน้าที่สตาร์ฟลีตที่ติดยาและเก็บกด แสดงถึงความซับซ้อนของตัวละครได้ดี อลิสัน พิลล์ ในบทดร. จูราติ นักวิทยาศาสตร์ผู้เปี่ยมด้วยอารมณ์ขันและความฉลาด ช่วยสร้างสมดุลให้กับทีม แฮร์รี เทรดอะเวย์ ในบทนาเร็ก เจ้าหน้าที่โรมูลันที่แฝงตัวมา เป็นตัวร้ายที่มีมิติและน่าติดตาม นอกจากนี้ อีแวน อีวาโกรา ในบทเอลนอร์ นักรบโรมูลันผู้ภักดี ยังเพิ่มความสดใหม่ให้กับเรื่อง

งานกำกับ ภาพ และดนตรี

ซีรีส์กำกับโดยผู้กำกับหลายคน เช่น ฮานาโนะ มาเซดะ และ โจนาธาน เฟรกส์ ซึ่งเคยร่วมงานกับสตาร์ เทรคมาก่อน งานภาพของซีรีส์มีความสวยงามและทันสมัย ใช้โทนสีที่มืดหม่นเพื่อสะท้อนอารมณ์ของพิคาร์ด ฉากแอ็กชันถูกถ่ายทำอย่างกระชับและตื่นเต้น ดนตรีประกอบโดย เจฟฟ์ รุสโซ (จาก The Mandalorian) และ เฟรเดอริก ไวด์มันน์ ผสมผสานธีมคลาสสิกของสตาร์ เทรคกับเสียงสังเคราะห์ที่ทันสมัย สร้างบรรยากาศที่ทั้งหวนคิดถึงและแปลกใหม่

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ

Star Trek: Picard ไม่ใช่แค่ซีรีส์หวนคิดถึง แต่เป็นการตั้งคำถามถึงอุดมการณ์ของสตาร์ เทรคในยุคใหม่ ซีรีส์สำรวจธีมของความผิดพลาด การให้อภัย และการเปลี่ยนแปลง พิคาร์ดที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบกลับต้องยอมรับว่าเขาก็ทำผิดพลาด การเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับซินธิติกส์ (หุ่นยนต์) สะท้อนประเด็นทางสังคมเรื่องอคติและการยอมรับความแตกต่าง อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องในบางช่วงอาจช้าไปสำหรับผู้ชมที่คาดหวังแอ็กชันเข้มข้น และการเชื่อมโยงกับซีรีส์อื่นในจักรวาลสตาร์ เทรคอาจทำให้ผู้ชมใหม่สับสนได้บ้าง แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ การกลับมาของตัวละครเก่าและการอ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ของพิคาร์ดถือเป็นของขวัญล้ำค่า

สรุป

<strong>Star Trek: Picard</strong> เป็นซีรีส์ที่ชวนให้คิดและเต็มไปด้วยอารมณ์ เหมาะสำหรับแฟนสตาร์ เทรคที่อยากเห็นการเติบโตของตัวละครในตำนาน และผู้ที่ชื่นชอบนิยายวิทยาศาสตร์แบบดราม่า หากคุณพร้อมจะเดินทางไปกับพิคาร์ดในบทใหม่ของชีวิต ซีรีส์นี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง

ภาพจากหนัง

สตาร์ เทรค: พิคาร์ด
สตาร์ เทรค: พิคาร์ด
สตาร์ เทรค: พิคาร์ด
สตาร์ เทรค: พิคาร์ด

👍 จุดเด่น

  • +การแสดงที่ทรงพลังของ Patrick Stewart และนักแสดงสมทบ
  • +เนื้อเรื่องที่ลึกซึ้ง เน้นการพัฒนาตัวละครและประเด็นทางสังคม
  • +งานภาพและดนตรีที่สวยงามเข้ากับโทนของเรื่อง
  • +การเชื่อมโยงกับจักรวาลสตาร์ เทรคที่แฟนๆ ชื่นชอบ

👎 จุดด้อย

  • จังหวะการเล่าเรื่องช้าในบางตอน อาจไม่ถูกใจผู้ชมที่ชอบแอ็กชัน
  • ต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสตาร์ เทรคบ้างเพื่อเข้าใจเนื้อหาลึกซึ้ง
  • บางตัวละครใหม่ยังได้รับการพัฒนาน้อยเกินไป

นักแสดงนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แนะนำให้ดู Star Trek: The Next Generation อย่างน้อยบางตอนเพื่อเข้าใจประวัติของพิคาร์ดและตัวละครอื่นๆ แต่ซีรีส์นี้ก็สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องมีความรู้มาก่อน

มีทั้งหมด 3 ซีซั่น รวม 30 ตอน โดยซีซั่นที่ 3 เป็นซีซั่นสุดท้าย

มีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่ได้สปอยล์เนื้อหาสำคัญของ The Next Generation มากนัก

สำหรับแฟนสตาร์ เทรคและผู้ที่ชื่นชอบนิยายวิทยาศาสตร์ที่เน้นตัวละคร ซีรีส์นี้ถือว่าสนุกและน่าติดตาม แต่ผู้ที่คาดหวังแอ็กชันตลอดเวลาอาจรู้สึกเบื่อบ้าง

บทความที่เกี่ยวข้อง

วงล้อแห่งกาลเวลา: เมื่อแฟนตาซีระดับตำนานถูกถักทอสู่จอ ดีพอหรือยัง?
รีวิว

วงล้อแห่งกาลเวลา: เมื่อแฟนตาซีระดับตำนานถูกถักทอสู่จอ ดีพอหรือยัง?

จากนิยายขายดีสู่ซีรีส์มหากาพย์ วงล้อแห่งกาลเวลานำเสนอโลกแฟนตาซีกว้างใหญ่ ตัวละครหลากหลาย แต่การดัดแปลงก็มาพร้อมข้อถกเถียง กองบรรณาธิการชวนหาคำตอบว่าซีรีส์เรื่องนี้สมการรอคอยหรือไม่

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที
ซ่อนรักในหน้าร้อน: เมื่อความลับของฝาแฝดทำให้หัวใจพังทลาย (รีวิวไม่มีสปอยล์)
รีวิว

ซ่อนรักในหน้าร้อน: เมื่อความลับของฝาแฝดทำให้หัวใจพังทลาย (รีวิวไม่มีสปอยล์)

ซีรีส์เกาหลีโรแมนติกคอมเมดี้ที่ซ่อนดราม่าไว้ภายใต้บรรยากาศฤดูร้อนชวนฝัน ชวนคุณย้อนวัยไปกับรักแรกที่ถูกความลับสากกระเบือหยามไว้

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที
3 หนังน่าดูที่สุด ประจำปี 2026 ที่คุณต้องไม่พลาด!
รีวิว

3 หนังน่าดูที่สุด ประจำปี 2026 ที่คุณต้องไม่พลาด!

รวม 3 หนังน่าดูที่สุดจากแคนดิเดตปี 2026 ที่มีคะแนนสูงและคำวิจารณ์ดีเยี่ยม รับรองไม่ผิดหวัง

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·3 นาที
เมื่อพ่อเป็นโกเลม ลูกสาวเป็นมนุษย์ : เปิดโลกแฟนตาซีอบอุ่นหัวใจใน 'Somali and the Forest Spirit'
รีวิว

เมื่อพ่อเป็นโกเลม ลูกสาวเป็นมนุษย์ : เปิดโลกแฟนตาซีอบอุ่นหัวใจใน 'Somali and the Forest Spirit'

รีวิวซีรีส์อนิเมะ 'Somali and the Forest Spirit' ที่พาเราสัมผัสความสัมพันธ์อันน่าประทับใจระหว่างโกเลมผู้พิทักษ์ป่ากับเด็กหญิงมนุษย์เพียงคนเดียวในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์วิเศษ

Admin· 21 ก.ค. 2026 ·4 นาที